Site icon คู่มือเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง – Chillout Korea

รีวิว เที่ยวสวนดอกหญ้า ฮานีล ปาร์ค

รีวิวเที่ยวสวนดอกหญ้า

รีวิวเที่ยวสวนดอกหญ้า

เช้านี้ตั้งใจว่าจะลองกินแซนวิชที่ร้านนี้ดู เล็งมาหลายวันละ เห็นคนเกาหลีต่อคิวซื้อกันยาวมาก แต่พอดีว่าวันนี้ออกแต่เช้าก็เลยยังไม่มีใครมาต่อคิว เลยจัดซะเลย ร้านชื่อว่า isaac แซนวิชร้านนี้จะเอาขนมปังขาวมาย่างกับเนย แล้วก็ทอดหมูบดคล้ายๆกับไส้ของเบอเกอร์ เสร็จแล้ววางซีสได้ตรงกลางตามด้วยแตงกวาดองกับผักอื่นๆแล้วก็ใส่ซอส กินตอนทำเสร็จใหม่ๆกำลังร้อนๆอร่อยเลยหล่ะ ร้านอยู่ตรงเมียงดงติดริมถนนใหญ่เลย ชื่อร้าน Isaac เป็นหนึ่งในร้านฮิตคนเยอะ ต่อคิวกินกันคลอดทั้งวัน ใครหาของกินตอนเช้าลองแวะไปซื้อชิมกันดูได้ อ่อ ร้านนี้ไม่มีที่นั่งนะ ต้องซื้อกลับอย่างเดียว

 

อิ่มท้องกันแล้วก็เริ่มเที่ยวกันเลย วันนี้เราไปเที่ยวที่สวนดอกหญ้า ฮานึลปาร์ค ซึ่งอยู่ภายใน World Cup Park สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงงานฟุตบอลโลก FIFA ครั้งที่ 17 ด้านบนเป็นสวนดอกหญ้าขนาดใหญ่ที่อยู่บนเนินเขา ในสวนเขาจะทำเส้นทางเดินเอาไว้ให้ สามารถเดินเล่นถ่ายรูปได้ จากเมียงดงก็นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี  World Cup Stadium Station จากนั้นก็เดินต่อมาอีกประมาณ 15 นาทีก็จะถึงทางเข้าสวน

ใครตั้งใจไปช่วงกลางเดือนตุลาคม ที่นี่จะมีงานเปิดไฟในตอนกลางคืนด้วยนะ ดูรีวิวบรรยากาศงานเปิดไฟที่ทุ่งดอกหญ้าฮานึลได้ที่นี่

 

อันนี้ที่ด้านบนของสถานี  World Cup Stadium Station เราจะเดินอ้อมสเตเดียมไปทางสวน เดินตามทางไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็จะมีสวนสาธารณะให้แวะเดินเที่ยว เก็บภาพสวยๆริมลำธาร

 

มาถึงแล้วทางขึ้นไปยังสวน ฮานึลปาร์ค เป็นทางเดินบันไดลัดเลาะขึ้นไปยังลานทุ่งดอกหญ้าด้านบน แต่ถ้าใครไม่อยากเดินขึ้น ที่สวนแห่งนี้ก็มีบริการรถรับ-ส่ง ขึ้นด้านบนให้ด้วย แต่มีค่าบริการเพิ่มนะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณคนละ 3,000 วอน

 

[wp_ad_camp_1]

 

มาดูแผนที่ของสวนกันก่อน ทั้งหมดนี้ชื่อว่าสวน World Cup Park โดยภายในมีทั้งหมด 5 สวน แต่สวนใหญ่ๆมี 2 ที่ก็คือ สวนฮานึล และ สวนโนอึล ส่วนสวนทุ่งดอกหญ้าที่เรากำลังจะไปเที่ยวกันก็คือสวนฮานึล จากแผนที่จะเป็นสวนที่อยู่ทางขวามือ ศึกษาแผนที่เสร็จแล้วเราก็มายืนรอขึ้นรถกัน เจอเด็กเกาหลีมาทัศนศึกษากันอีกแล้ว นั่งกันน่ารักเชียว ใช้เวลานั่งรถแค่ประมาณ 5 นาทีก็ขึ้นมาถึงลานด้านบนแล้ว

 

ที่ด้านบนนั้นจะเป็นลานทุ่งหญ้าโล่งๆ ขนาดใหญ่มาก เต็มไปด้วยดอกหญ้าสีเหลืองพริ้วไปตามลม จะมีทางเดินที่เขาทำไว้ให้ บางจุดก็จะสามารถเข้าไปถ่ายรูปได้ แต่โดยทั่วไปเขาจะมีเชือกกันเอาไว้ไม่ให้เข้าไปเหยียบดอกหญ้า

 

เด็กๆเข้าคิวรอคุณครูพี่เลี้ยงถ่ายรูปให้ที่จุดถ่ายรูปทีละคน

 

มุมนี้มองเห็นทุ่งหญ้ามีฉากหลังเป็นยอดภูเขาหินด้วย ขอบอกว่าสวยมากกกก วันที่ไปนี้อากาศไม่หนาวมากเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่าอยู่กลางแดดด้วย

 

ตรงกลางของสวนฮานึลนี้จะมีจุดชมวิว สามารถเดินขึ้นไปด้านบนแล้วถ่ายวิวทุ่งหญ้าได้ เราเดินถ่ายรูปรอบๆกันก่อน แล้วเดี๋ยวจะเดินขึ้นไปที่จุดชมวิวกัน

 

มองเห็นวิวของ  World Cup Stadium Station ตรงที่เราลงรถใต้ดินเมื่อกี้นี้ด้วย

 

เดินมาถึงจุดชมวิวกันแล้ว เป็นรูปครึ่งวงกลม ด้านในก็จะเป็นทางเดินขึ้นไปแต่ละชั้น เด็กๆที่มาเที่ยวชอบกันมาก วิ่งขึ้นวิ่งลงกันสนุกสนานเชียว

 

มองจากจุดชมวิวลงไปก็จะเห็นเป็นเนินทุ่งดอกหญ้า พอลมพัดมาเมื่อไหร่ดอกหญ้าก็จะลู่ไปตามลมทั้งหมดเลย

 

จากจุดชมวิวก็เดินเล่นมาเรื่อยๆ พอมองย้อนกลับไปที่จุดชมวิวก็สวยไปอีกแบบ มีเส้นทางเดินนำสายตาไปยังอาคารชมวิวด้วย

 

อันนี้เหมือนเป็นบ้านนกเลย แต่ไม่แน่ใจว่าใช่รึป่าว เห็นมีปักเอาไว้เฉพาะโซนนี้เท่านั้น

 

สวยๆๆ เก็บภาพอีกซักรูปก่อนกลับ ขากลับก็นั่งรถลงไปข้างล่าง แล้วก็เดินกลับไปขึ้นรถใต้ดินกันที่สถานีเดิม ก่อนขึ้นรถใต้ดินก็แวะกินข้าวเที่ยงกันที่ฟู๊ดคอร์ดของสเตเดียมกันก่อน

 

[wp_ad_camp_2]

 

จากนั้นเรามาเที่ยวกันต่อที่ย่านฮงแด เป็นย่านวัยรุ่นชิคๆ ร้านค้าก็จะตกแต่งกันแบบแนวๆ  ย่านนี้วัยรุ่นหนุ่มสาวจะเดินกันเยอะเป็นพิเศษเนื่องจากว่าเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อดัง ม.ฮงอิก (Hongik Univ.) ซึ่งฮงแดนั้นมีทั้งแหล่งช้อปปิ้งเสื้อผ้าแฟชั่นราคาไม่แพง ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ นอกจากนี้ตามกำแพงต่างๆก็ยังมีงาน graffiti เท่ๆให้เดินชมกันอีกด้วย ร้านค้าแต่ละที่ก็จะมีแนวการตกแต่งร้านเป็นของตัวเอง เรียกว่าแปลกแหวกแนวและมีสีสันมากกว่าย่านอื่นๆ

 

เดินมาซักพักก็แวะดื่มอะไรอุ่นๆกันซักหน่อย เพราะอากาศข้างนอกเริ่มหนาวแล้ว ดูเหมือนฝนกำลังจะตกด้วย ร้านนี้เป็นร้านกาแฟที่อยู่ชั้นใต้ดิน ต้องเดินลงมาข้างล่าง แต่งด้วยโทนอิฐสีขาว

 

แล้วก็เดินเที่ยวกันต่อ ดูบรรยากาศร้านค้าต่างๆ ตกแต่งได้แนวดี

 

คนเริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ

 

[wp_ad_camp_3]

 

ปิดท้ายโปรแกรมวันนี้กับ คลองชองกเยชอน แต่ก่อนน้ำในคลองก็คล้ายๆกับคลองแสนแสบที่บ้านเรานี่แหล่ะ แต่เมื่อปี 2005 นั้นได้มีการปรับภูมิทัศน์ครั้งใหญ่ ทำให้สองข้างทางของคลองน้ำกลายเป็นเส้นทางเดินเล่น หรือเส้นทางวิ่งออกกำลังกาย ส่วนน้ำในคลองเนื่องจากไม่มีการทิ้งน้ำเสียลงมาแล้วก็ไม่เน่าอีกต่อไป เป็นอีกแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองโซล

มาถึงที่คลองตอนประมาณ 5 โมงเย็น พระอาทิตย์ยังไม่ตก แสงไฟที่น้ำพุก็ยังไม่เปิด เลยตัดสินใจเข้าไปที่คาเฟ่ใกล้ๆ หาอะไรอุ่นๆดื่มรอให้เขาเปิดไฟซะหน่อย

 

รออยู่ซักพักใหญ่ และแล้วน้ำพุก็เปิดไฟ แต่เปิดแค่ตรงน้ำพุเท่านั้นเอง ตรงทางเดินเขาไม่ได้เปิดไฟ เห็นมีโต๊ะมาตั้งอยู่กลางคลองน้ำ คิดว่าเขาคงจะกำลังเตรียมจัดงาน The Lights of Seoul, the Taste of Seoul  ทุกๆปีจะจัดประมาณเดือนพฤศจิกายน แต่วันที่เราไปนั้นเป็นปลายเดือนตุลาคมก็เลยยังไม่มีการเปิดไฟ

 

เดินกันจนเหนื่อยแล้วก็หิว มาเกาหลีแล้วก็ต้องจัดเนื้อย่างเกาหลีกันซักหน่อย ร้านอยู่ในย่านเมียงดง อยู่ที่ชั้น 2 ทางเดินขึ้นบันไดเข้าร้านจะแคบๆ มีคนต่อคิวรอกินกันด้วย ที่ร้านนี้มีเนื้อหลายส่วนให้เลือกเลย พนักงานที่นี่ก็มาคอยปิ้ง คอยย่างให้ สุกแล้วก็ตัดเป็นชิ้นๆให้อีกด้วย ร้านนี้เนื้อเป็นแบบหมักน้ำซอส อร่อยมากๆ น่าจะมีหลายสาขา ถ้าใครเห็นป้ายร้านนี้ก็ลองไปชิมกันดูได้

Exit mobile version